Jun 06, 2017 / by / No Comments

ตั้งราคสินค้าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน

เมื่ออินเตอร์เนตได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันมากขึ้น การซื้อของจึงทำได้ง่ายมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการซื้อของเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องของการค้นหาราคาในอินเตอร์เนตด้วย เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กว่าจะตัดสินใจซื้อของแต่ละชิ้นนั้น จะต้องสืบราคาจากอินเตอร์เนตเปรียบเทียบกันหลายๆร้านก่อนการตัดสินใจ ด้วยเหตุนี้เองที่ถึงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์จะได้เปรียบกว่าร้านค้าทั่วไปในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการแข่งขันกันเองเกิดขึ้นด้วย

 

ไม่ว่าใครๆก็จะทำการขายออนไลน์ได้ เพราะตกม้าตายกันที่เรื่องกำไรขาดทุนนี่แหละที่ทำให้หลายๆคนขอยอมแพ้  ถึงแม้ว่าก่อนการลงทุนเราได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้ามาก่อนแล้วก็ตาม ว่า เห็นร้านออนไลน์ขายสินค้าแบบนี้แล้วกำไรดี  และลองศึกษาสินค้าแบบเดียวกันไปอีกหลายๆร้านก็พบว่ายังได้กำไรอยู่ จึงเลือกลงทุน แต่ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการตั้งราคาและกับดักของราคา วันนี้เราจะมาดูกันว่าตั้งราคาอย่างไรไม่ให้เจ็บตัว

หลายๆร้านค้านั้นใช้วิธีการตั้งราคาโดยกำหนดจากต้นทุน หลักการง่ายๆคือหาต้นทุน แล้ววิเคราะห์ตลาดและราคาของคู่แข่ง หากสินค้าดีและมีลูกค้ามาซื้อเยอะ ก็จะได้กำไรเยอะตามไปด้วย  เช่น ต้นทุนราคา 100 บาท ขาย 250 บาท ยิ่งขายดีก็ได้กำไรเห็นๆ แต่สินค้าบางอย่างหรือบางธุรกิจที่เราเลือกขายนั้นไม่สามารถหาต้นทุนต่อหน่วยได้ หากไม่รู้ยอดขาย อธิบายง่ายๆ คือ ยิ่งยอดขายเยอะ ต้นทุนต่อหน่วยก็ยิ่งถูก  (ซื้อของราคาขายส่ง) จึงจำเป็นต้องใช้ยอดขายเฉลี่ย เช่น ตั้งราคาขายไปเลยถาวร 250 บาท

ร้านค้า 1 ร้าน ลงทุนกับสินค้าที่มีทุนเฉลี่ย 1 ชิ้น = 100 บาท ตั้งราคาขาย 250 บาท ได้กำไร 150 บาท เมื่อเศษฐกิจไม่ดี ต้นทุนสินค้าที่ผลิตแพงขึ้น เป็น 200 บาท รวมทั้งผู้คนไม่ค่อยซื้อของด้วย ก็ยิ่งทำให้ร้านค้าของคุณอยู่ยากมากขึ้น เพราะคุณจะได้กำไรชิ้นละ 50 บาทตามราคาเดิม แถมยังขายยากอีกด้วย  ดังนั้นก่อนการตั้งราคาสินค้าแต่ละอย่างจึงไม่ควรคำนึงแต่ราคาต้นทุนเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคุณอาจจะตกหลุมพรางข้อนี้ก็เป็นได้

วิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันนั้น ร้านค้าอาจใช้วิธีการตั้งราคาแบบเพื่อส่งเสริมการตลาด เพื่อจูงใจให้มีคนมีซื้อสินค้าเยอะขึ้น เช่น การตั้งราคาแบบล่อใจ ให้มีราคาต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่นเล็กน้อย หรือราคาเท่าทุน เพื่อเป็นการระบายของค้างสต๊อค อย่างน้อยๆก็ได้ทุนคืนมา หรือ การตั้งราคาพร้อมของแถม ซึ่งอาจเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ดึงดูดผู้ซื้อได้เช่นกัน

ภาพ : http://www.flashfly.net/