Apr 06, 2017 / by / No Comments

วางกลยุทธ์ขายของออนไลน์แบบไหนดี ให้ขายดี

ช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา การขายสินค้าออนไลน์มีความนิยมมากขึ้นเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการขายออนไลนืก็ว่าได้ บางคนขายแล้วได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ หลายล้าย หลายแสนก็มี บางคนอาจไปลงทุนเรียนหรืออบรมเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ผ่านเน็ตมาปรับปรุงกับร้านค้าแล้วได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆก็มี หรือบางคนขายแล้วขาดทุนย่อยยับ ไม่ประสบผลสำเร็จก็มี นั่นเพราะบางร้านเขายังขาดนั่นเอง

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งหนึง่ที่ร้านค้าออนไลน์ขาดไม่ได้ เพราะมันคือแนวทางในการขาย หรือขั้นตอนการบริหารการตลาดที่จะทำให้ร้านค้าออนไลน์ของเราประสบความสำเร็จ โดยวันนี้เรามีข้อแนะนำเกี่ยวกับการ ขายของทางเน็ต แบบที่สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตนเอง เพียง 5 ข้อ เท่านั้น คือ

  1. ปรับกลยุทธ์การขายช่วงเทศกาล แน่นอนว่าช่วงเทศกาลจะเป็นช่วงที่ขายดีของสินค้าแทบทุกประเภท ดังนั้น จึงเป็นการดีถ้าหากคุณใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ขายตุ๊กตาควรใช้แผนนี้ในช่วงวันวาเลนไทน์ ขายอาหาร ควรใช้แผนนี้กับเทศการกินเจ ส่งร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น
  2. อย่าลืมใส่เงื่อนไขการส่งสินค้า เพราะใครๆต่างก็อยากได้รับสินค้าที่ต้องการภายในเวลาที่รวดเร็วกันทั้งนั้น แต่ถึงแม้ว่าจะใช้บริการการส่งที่รวดเร็วขนาดไหน หากติดช่วงวันหยุดยาวเมื่อไร เรื่องการขนส่งก็ย่อมล่าช้าโดยปริยายอยู่แล้ว ซึ่งร้านค้าออนไลน์มักจะพลาดเรื่งอนี้อยู่บ่อยๆ ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ เจ้าของร้านควรใส่เงื่อนไขการขายในช่วงนั้นไว้ด้วยว่า จะสามารถส่งสินค้าได้วันไหน หรือควรให้ลูกค้าสั่งภายในวันที่เท่าไร เพื่อป้องกันปัญหาได้รับสินค้าล่าช้า
  3. ตามติดข่าวสารบ้านเมืองแล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสินค้า เช่น กรณีของวัยรุ่นขับรถปาดหน้าคู่กรณี แล้วโดนคู่กรณียิงวัยรุ่นตาย โดยงัดหลักฐานเด็ดผ่านกล้องติดหน้ารถ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ช่วงเวลานั้นได้มีร้านค้าขายกล้องหน้ารถออกมาโพสต์สินค้า ทั้งลดแลกแจกแถม กันเป็นอย่างมาก
  4. หมั่นสร้างแฟนเพจ เพราะลูกค้าคือพระเจ้า ถ้าไม่มีลูกค้า เราก็ไม่มีกำไรเช่นกัน ดังนั้นเราควรหาวิธีสร้างแฟนเพจให้ได้มากที่สุด เช่น โปรโมทสินค้าบ่อยๆ พูดถึงข้อดีหรือเกร็ดความรู้ นอกจากนี้ยังควรทำโปรโมรชั่นตามช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย เช่น แจกกิจกรรมสมนาคุณ หรือมีบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
  5. บอกราคาเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ ซึ่งสินค้าบางอย่างควรมีราคาบอกให้เสร็จสรรพ เพราะบางทีลูกค้าอาจอยากทราบราคาแต่ไม่อยากสอบถาม หรือบางทีสอบถามไปแล้วแต่ร้านค้าไม่ตอบกลับก็มี ดังนั้นเพื่อรักษาลูกค้าไว้จึงควรบอกราคาโดยประมาณให้ทราบไปเลย